คุณธนกฤตให้สัมภาษณ์เกี่ยวกับงานออแกไนซ์เซอร์

คุณธนกฤตให้สัมภาษณ์เกี่ยวกับงานออแกไนซ์เซอร์

คุณธนกฤตให้สัมภาษณ์เกี่ยวกับงานออแกไนซ์เซอร์ 
จำนวนผู้เข้าชม 4391 คน

คุณธนกฤต เตชะปฐมานนท์ ผู้บริหาร TK Center Organizer
 
ให้สัมภาษณ์ เกี่ยวกับ "ออแกไนซ์เซอร์" เว็บไซด์ Manager.co.th

   เป็นเพราะบริบทของสังคมที่เปลี่ยนไปหรือเปล่าก็รู้ แต่ดูเหมือนว่าการแต่งงานในยุคนี้บอกได้คำว่า
เดียวว่า'จัดเต็ม' ในเรื่องพิธีกรรมอาจมีการย่นย่อบ้างแต่ในเรื่องงานเลี้ยงเฉลิมฉลองนั้นสุดจะอลังการ
งานสร้าง
       
       ปีนี้ ก็มีคู่รักจำนวนมากจูงมือเข้าสู่ประตูวิวาห์ ไล่เรียงกันตั้งแต่คนธรรมดาๆ ไปจนถึงผู้ที่มีหน้า
มีตาในวงสังคมชาวไทยเองเชื่อกันว่าการแต่งงานนั้นเป็นการให้เกียรติฝ่ายหญิง ซึ่งนอกจากจะเป็น
พิธีสานความสัมพันธ์ความรักระหว่างคนสองคนยังเป็นตัวเชื่อม สัมพันธ์ไมตรีระหว่างสองตระกูลอีก

       งานแต่งงานส่วนใหญ่ในปัจจุบันไม่ได้จบแค่พิธีกรรมทางศาสนาเล็กๆ น้อยๆ ไม่ได้สักแต่ว่าทำ
พิธีแล้วเข้าเรือนหอหรือเชิญแขกผู้ใหญ่ที่นับถือมา เป็นสักขีพยาน มันมีความซับซ้อนยิ่งกว่านั้นเริ่มกัน
ตั้งแต่การคิดธีมงาน จะว่าไปราวกับงานแต่งงานสมัยนี้ถูกปรับโฉมให้เป็นงานอีเว้นท์เลยก็ว่าได้ร่อน
การ์ดเชิญแขกเหรื่อยิ่งเป็นที่นับหน้าถือตาในวงสังคมยิ่งดี หรือตรงกับฤกษ์มหามงคลก็ถือเป็นสิริมงคล
นักหนาจนบางทีคู่บ่าวสาว และความรักได้กลายเป็นส่วนประกอบเล็กๆ ของงานไป ส่วนพระเอกก็คือ
ความยิ่งใหญ่อลังการของงานแต่งงานนั้นเอง       

       โดยเฉพาะพิธีแต่งงานของดารานักแสดง หรือผู้มีหน้ามีตาในวงสังคม แต่งงานทั้งทีงานนี้
ต้องเป็น ทอร์ค ออฟ เดอะ ทาวน์ กันเสียหน่อยจะธีมสร้างสรรค์, หรูหรา, ท่ามกลางธรรมชาติ หรือ
เทพนิยาย ก็มีให้เห็นหมด อาจกล่าวได้ว่าวัฒนธรรมการแต่งงานในสมัยนิยมของประเทศไทยรับ
อิทธิพลมาจากต่างชาติล้วนๆ เพียงแต่เรามีการปรับเปลี่ยนตามบริบททางสังคม ดร.วัลลภ ปิยะมโนธรรม
นักจิตวิทยาชื่อดัง เล่าให้ฟังว่า วัฒนธรรมการแต่งงาน นั้นเรารับมาจากคาทอลิกที่เริ่มต้นจาก ความรู้ว่า
เพียงแค่ คนสองคนรักกันนั้นไม่ยั่งยืน อีกอย่างหนึ่งคาทอลิกจะเน้นในเรื่องการรักเดียวใจเดียวสังเกต
ได้จากการสาบาน ในโบสถ์ว่าจะมีคู่ครองคนเดียว เลยจำต้องมีพิธีกรรมเข้ามาเกี่ยวข้องผูกเชื่อมสัมพันธ์
เอาไว้   
   
        “ถ้าแต่งงานแบบธรรมดาคนไทยมีนิสัย 3A อย่างคือ Adopt รับเข้ามาอย่างเดียว, Adap มาปรับ
เปลี่ยน Accumulate กลายเป็นความกลมกลืนว่าเขาทำกันอย่างนี้มาโบราณแต่มันไม่ใช่ เรารับเข้ามา
หมดแล้วมาปรับเอง คือมีแต่งเติมออกฝรั่งนิดหนึ่ง กลมกลืนว่าเป็นวัฒนธรรมต้นเอง วัฒนธรรมการ
แต่งงานมันหลากหลายมาก มาจากจีน อินเดีย ฯลฯ กลายเป็นว่าเราค่อนข้างจะเพี้ยนๆ โดยดูจากฝรั่งก่อน”
       
       อย่างในเรื่องสินสอดทองหมั่น งานเลี้ยงฉลองสมรส เชื้อเชิญแขกผู้ทรงเกียรติ ฯลฯ ก็ล้วนรับ
อิทธิพลมาจากตะวันตก เพียงแต่มีการปรุงแต่งให้เข้ากับทัศนคติของคนไทย ที่ดูจะฟุ้งเฟ้ออยู่ไม่น้อย
จนกลายเป็นสิ่งที่ยึดปฏิบัติมาจนทุกวันนี้
       
       “รับเข้ามาแล้วก็มาเวอร์ เป็นเรื่องการเชิดหน้าชูตากันจนไม่รู้ว่าการแต่งงานจริงๆ คือคนสองคนรัก
กันมันเป็นความจริงใจมากกว่าเปลือกนอกที่ให้มากรักมาก มันเพี้ยนไปหมด เป็นวัตถุสิ่งของภาพนอก
เปลือกนอกไปหมด”       

       พิธีการแต่งงานในปัจจุบันค่อนข้างจะยุ่งยากซับซ้อน การที่จะให้คู่บ่าวสาว เครือญาติ หรือเพื่อนๆ
ช่วยเป็นธุระในการ จัดการให้งานก็อาจออกมาไม่ตรงใจนักเรียกว่าเสียทั้ง แรงทั้งเวลา ตรงนี้เองก็มี
ออแกไนซ์เซอร์มือฉมังเข้ามาเป็นตัวช่วยจัดเตรียมพิธีแต่งงาน ซึ่งก็ดูเหมือนว่าปัจจุบันจะเป็นที่นิยม
กันมากขึ้นเรื่อยๆ       

       คุณธนกฤต เตชะปฐมานนท์ ผู้จัดการร้าน TK Center Organizer เปิดเผยว่า การที่คู่แต่งงานหัน
มาใช้ออแกไนซ์เซอร์ เท่ากับเป็นการลดความยุ่งยากและความกังวลใจในเรื่องของพิธีกรรมและรูปแบบงาน
เพียงแค่บอกว่าความต้องการทาง ออแกไนซ์เซอร์ก็จะดูแลทุกอย่างให้เรียบร้อย
       
       พิธีการแต่งงานนั้นสามารถแยกเป็น 3 กลุ่มใหญ่ๆ คือ ตลาดล่าง, ตลาดกลาง และตลาดบนที่จะ
จัดงานในระดับ ราคา 5 แสนบาทขึ้นไปขึ้นอยู่กับกำลังและความพุ่งพอใจของลูกค้าที่มีตกลงร่วมกัน     
 
       “เพราะด้วยภาระหน้าของการงานเรื่องงานที่ตัวเองรับบผิดชอบมอบหมาย ก็ค่อนข้างที่จะหมด
เวลาไปแล้ว เพราะฉะนั้นการบอกความต้องการกับออแกไนซ์ แพลนเนอร์ ว่าต้องการแบบไหนเขาก็
จะดีไซน์เอาโครงออกมา ค่อนข้างที่จะตรงใจกับคู่บ่าวสาว ในเรื่องของธีมงานมันเป็นเรื่อง​ของคอนเซ็ป
ของความชอบ เป็นเรื่องของคาแรคเตอร์ ของคู่บ่าวสาว รสนิยมที่ไม่เหมือนกัน”
       
       รูปแบบงานแต่งงานนั้นถือเป็นความพึ่งพอใจส่วนบุคคล อย่างดารานักแสดง หรือผู้มีชื่อเสียง
ในวงสังคมที่จัดกันเสียใหญ่โตก็เป็นการแสดงออกซึ่งความให้เกียรติคู่สมรส ให้เกียรติวงศ์ตระกูล
และไลฟ์สไตล์ของพวกเขาเอง
       
       “มันป็นเรื่องของประเพณี ในเรื่องความเนี๊ยบของพิธีหมั้นเป็นความยืดหยุ่นของแต่ละบ้าน
แต่งานเย็นงานเลี้ยงฉลอง เป็นเรื่องของไลฟ์สไตล์ในเมื่อต้องจ่ายแล้วทุกๆ คนก็ต้องการงานในฝัน
ต้องการงานที่อยากจะได้ในรูปแบบที่เขาคิดเอาไว้ในใจ ถ้าเขาไม่เดือดร้อนที่จะจ่ายมันเป็นเรื่อง
ของแต่ละบุคคล ขึ้นอยู่กับศักยภาพด้านการเงิน”       

       วิวัฒนาการของการแต่งงานนั้นก็ปรับเปลี่ยนกันไปตามยุคตามสมัย คุณธนกฤต กล่าวเพิ่มเติม
ว่ามันเพิ่มในส่วนของความวิจิตร อย่างเมื่อก่อนมีพรีเซนเตชั่นก็แค่เอาภาพมารันนิ่งเป็นเรื่องราว
แต่ในช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมามีทั้งแอนนิเมชั่น, หนังสั้น ฯลฯ เป็นเรื่องราวที่ละเมียดขึ้น 
       
       ถ้าสำรวจพิธีการต่างๆ ในสังคมไทยก็จะเห็นว่าเราเปิดรับวัฒนธรรมของต่างชาติเข้ามาเยอะ
เสียจนลืมเลือนบางอย่างไปแม้พิธีการแต่งงานยังคงซึ่งความเป็นไทยแต่ในเรื่องพิธีกรรมแต่ก็ถูกลดทอน
บทบาทลงมาก เพราะมักจะให้ความสำคัญในเรื่องรูปแบบงานและความยิ่งใหญ่สมเกียรติวงศ์ตระกูล
เสียมากกว่า อาจกล่าวได้ว่า พิธีการแต่งงานในปัจจุบันผิดเพี้ยนไปเป็นงานโชว์ตัวบ่าวสาวเป็นเวที
ประกาศชื่อเสียงเงินทองและเกียรติยศเสียแล้ว

ที่มา  :  http://www.manager.co.th/Daily/ViewNews.aspx?NewsID=9550000056378&TabID=3&  
 

Powered by MakeWebEasy.com