การเชื่อมบุญ คืออะไร?

การเชื่อมบุญ คืออะไร?


“… ขออำนาจพระรัตนตรัยจงบันดาลบุญของข้าพเจ้าให้ถึงแก่…………

“ขออำนาจพระพุทธเจ้า พระธรรม พระสงฆ์จงบันดาลบุญของข้าพเจ้าให้ถึงแก่………..

“ขออำนาจพระพุทธะจงบันดาลบุญของข้าพเจ้าให้ถึงแก่………..”

คำอุทิศบุญ จากพระอาจารย์ เกษม อาจิณณสีโล



           คำกล่าวในลักษณะเช่นนี้คุณผู้อ่านเคยได้ยินได้ฟังมาบ้างหรือไม่เวลาที่เราทำบุญทำทานใดๆ เสร็จแล้วมักจะมีการอุทิศบุญไปให้บุคคลที่เราต้องการให้เขาได้รับความสุขเช่นเดียวกับเรา เมื่อเราได้ทำการอุทิศบุญไปแล้วจะเกิดกระแสแห่งความสุขอิ่มเอมใจอย่างไม่อาจอธิบายได้ และเมื่อตั้งความปรารถนาในสิ่งใดแล้วอาจจะเกิดปาฏิหาริย์ต่างๆ ได้สิ่งที่ไม่เคยคิดว่าจะได้มาอย่างไม่คาดผัน

นี่แหละที่เราเรียกว่าการเชื่อมบุญและผลแห่งการเชื่อมบุญ

            การ “เชื่อมบุญหรือการอุทิศบุญกุศล” ไปให้นั้นไม่ใช่พิธีกรรมทางไสยศาสตร์ แต่เป็นการสร้างบุญโดยที่เราตั้งใจที่จะโมทนาอุทิศบุญกุศลบุญนี้ส่งตรงไปที่คนที่เราต้องการจะให้ทั้งเจ้ากรรมนายเวรทั้งมีชีวิตและไม่มีชีวิตที่เราอยากให้เขาอโหสิกรรม ให้เขาถอนตัวจากอุปสรรคต่างๆ ที่เขามาขัดขวางไว้ไม่ให้เราแก้ปัญหาต่างๆ หรืออุปสรรคใดๆ ได้สำเร็จ

            หากเป็นเจ้ากรรมนายเวรก็คือคนที่เราอยากจะไปขอโทษขออภัยในเรื่องที่เราอาจจะเคยสร้างไว้กับเขาทั้งในปัจจุบันและอดีตชาติอันแสนยาวไกลที่นับไม่ถ้วนให้เขา คลายผลแห่งความวิบากที่อาจกำลังเกิดขึ้น หรือจะไปเชื่อมบุญใหม่กับคนที่เราต้องการไปขอความช่วยเหลือจากเขา หรือคนที่เราต้องทำงานร่วมกัน คนที่ติดต่อทำมาค้าขายกัน คนที่มีปัญหาและอุปสรรคต่อกันในเรื่องต่างๆ ฯลฯ ให้ผ่านพ้นเคราะห์กรรมที่เลวร้ายต่างๆ ไปได้

              หากเป็นผู้ที่คอยสนับสนุนส่งเสริมให้เกิดความสุขความเจริญอย่าง พรหมเทพเทวดาก็คือ การส่งบุญกุศลทั้งหลายที่เราได้ทำเอาไว้ไปให้เหล่าเทพเทวดาเหล่านั้นเพื่อให้เขารู้จักกับตัวเรารู้จักคุณงามความดีของเรา เพราะตัวเราต้องมีคุณงามความดีก่อนและรู้จักวิธีการส่งไปให้ท่านเทพเหล่านั้นท่านจึงจะมาช่วยเหลือสนับสนุนสงเคราะห์เกื้อกูลเราได้

              การเชื่อมบุญ เป็นการกระตุ้นบุญเก่า สร้างบุญเพิ่มบุญใหม่ไปพร้อมๆ กัน และส่งแรงบุญใหม่นี้ไปให้เจ้ากรรมนายเวรและพรหมเทพเทวดาทั้งหลายเพื่อให้บุญบารมีนี้ช่วยให้ทำการติดต่อในเรื่องที่ติดขัดได้สะดวกยิ่งขึ้น

              ถ้าเป็นคนที่เคยมีบุญร่วมกันมาก่อนก็ง่ายเช่นได้เคยกระทำบุญร่วมกันในวัดเดียวกันอย่างคนที่เป็น พ่อแม่หรือญาติพี่น้องก็เหมือนมีบุญเก่าไปกระตุ้น แต่ถ้าเป็นเจ้ากรรมนายเวรอื่นๆ ไม่เคยทำบุญหรือรู้จักกันมาก่อนหรือจำไม่ได้ การเชื่อมบุญก็กลายเป็นบุญใหม่ที่เราเป็นคนสร้างขึ้นมาร่วมกันกับเขาจะเป็นตัวไปเชื่อมให้เรื่องราวต่างๆ สำเร็จได้โดยง่าย

จะทำการการเชื่อมบุญเมื่อไรดี ?

             การเชื่อมบุญนั้น เราสามารถทำได้ตลอดเวลาทุกครั้งที่มีการทำบุญเกิดขึ้นด้วย 3 ทางเป็นหลักแห่งการสร้างบุญใหญ่ดังที่ได้กล่าวมาคือด้วย ทาน ศีล และ ภาวนา เมื่อมีการสร้างบุญเสร็จแล้วก็ต้องรีบนำบุญนี้ออกมาใช้ส่งให้ท่านเหล่านั้นด้วยการตั้งจิตอธิษฐานและส่งบุญไปให้ท่านเหล่านั้นทันที

             การมีบุญเก็บไว้มากๆ แล้วจะเป็นการดีที่จะคอยป้องกันไม่ให้ชีวิตเราตกต่ำ แต่จะให้ดียิ่งขึ้นเราควรต้องรู้วิธีการนออกมาใช้แก้ปัญหาให้ทันท่วงทีให้สมกับที่ว่า ทำดีย่อมได้ดีเสมอจะได้ไม่ต้องรอนานๆ



วิธีการกล่าวคำอุทิศและการตั้งจิตอธิษฐานเพื่อเชื่อมบุญเพื่อจุดประสงค์ในการแก้ปัญหาประเภทต่างๆ

1. หากมีปัญหาเรื่องสุขภาพร่างกายที่ไม่แข็งแรง

               ให้อธิษฐานเชื่อมบุญไปยังเจ้ากรรมนายเวรที่ทำให้เกิดอาการเจ็บป่วยนั้นๆ ด้วยคำว่า “อิทัง สัพพะเวรีนัง โหตุ สุขิตา โหนตุ สัพเพ เวรี ขอส่วนบุญนี้จงสำเร็จแก่เจ้ากรรมนายเวรทั้งหลายทั้งปวง ขอให้เจ้ากรรมนายเวรทั้งหลายทั้งปวงจงมีความสุข”

พร้อมกับการตั้งจิตอธิษฐานภาวนาในใจต่อว่า

             “ขอให้บุญนี้ส่งตรงไปถึงเจ้ากรรมนายเวรที่ก่อให้เกิดอาการเจ็บป่วยแก่ข้าพเจ้า เมื่อท่านได้รับบุญแล้วขอให้เหล่าเจ้ากรรมนายเวรเหล่านั้นได้มีชีวิตที่ดีขึ้น มีภพภูมิที่สูงขึ้น จงหลุดจากภาวะของชีวิตชั้นต่ำ เช่นเชื้อโรคโดยพลัน เมื่อข้าพเจ้าได้หายจากโรคร้ายเหล่านี้จะทำบุญอุทิศส่วนบุญกุศลส่งให้แด่พวกท่านให้ไปอยู่ในภพภูมิที่สูงขึ้นไปเรื่อยๆ ขอให้ท่านได้เลิกอาฆาตจองเวรแก่ข้าพเจ้า และตั้งแต่บัดนี้ตัวข้าพเจ้าจะตั้งตนอยู่ในศีลธรรมตลอดไปโดยการเลิกเบียดเบียนเข่นฆ่า สัตว์ทั้งหลาย และขอส่งผลบุญที่เกิดจากการรักษาศีลนี้ให้แก่พวกท่านด้วย”

                หลังจากนั้นให้กล่าวอุทิศเชื่อมบุญไปให้กับพรหมเทพ เทวดาทั้งหลายด้วยคำว่า “อิทัง สัพพะเทวานัง โหตุ สุขิตา โหนตุ สัพเพ เทวา ขอส่วนบุญนี้จงสำเร็จแก่เทวดาทั้งหลายทั้งปวง ขอให้เทวดาทั้งหลายทั้งปวงจงมีความสุข”   

                 เมื่ออุทิศบุญให้พรหมเทพและเทวดาทั้งหลายทั้งปวงแล้วก็ให้ตั้งจิตอธิษฐานภาวนาขอพรจากท่านว่า

                  “ด้วยเดชบุญแห่งพรหมเทพและเทวดาใด ๆที่ข้าพเจ้าได้อุทิศบุญแล้วนี้ขอให้ พรหมเทพและเทวดาผู้ได้รับบุญนั้นได้นำ หมอและยาที่สามารถรักษาอาการเจ็บป่วยอันเกิดแก่ข้าพเจ้ามารักษาข้าพเจ้าด้วย เมื่อข้าพเจ้าหายขาดจากโรคทั้งหลายนี้แล้ว ข้าพเจ้าจะทำบุญอุทิศบุญแก่ท่านเพื่อความสุขอันเจริญยิ่งๆ ขึ้นไป” ดังนี้

                    นอกจากการกล่าวคำอุทิศบุญและการอธิษฐานขอพรแล้ว อาจใช้การสวดมนต์เจริญภาวนาในบทที่จะส่งเสริมให้หายป่วยโดยเร็ววันด้วย บทสวดมนต์อย่าง โพชฌงคปริตร บทสวดพระจักรพรรดิ บทถวายพรพระ (พาหุงมหากาฯ) หรือ บทคาถาพระชินบัญชร ร่วมด้วยก็ได้จะยิ่งเห็นผลเร็วขึ้น

2. หากมีปัญหาเรื่องเรื่องของปากท้องความเป็นอยู่ที่ยากจนขัดสน ด้านอาชีพและการสูญเสียทรัพย์สินของตนโดยใช่เหตุ

                      ให้อธิษฐานเชื่อมบุญไปยังเจ้ากรรมนายเวรที่ทำให้เกิดความยากลำบากในการเป็นอยู่ การขัดสนในการทำมาหาเลี้ยงชีพและการสูญเสียทรัพย์นั้นๆ ด้วยคำว่า  “อิทัง สัพพะเวรีนัง โหตุ สุขิตา โหนตุ สัพเพ เวรี ขอส่วนบุญนี้จงสำเร็จแก่เจ้ากรรมนายเวรทั้งหลายทั้งปวง ขอให้เจ้ากรรมนายเวรทั้งหลายทั้งปวงจงมีความสุข”

พร้อมกับตั้งจิตอธิษฐานต่อว่า

                  “ขอให้บุญนี้ส่งตรงไปถึงเจ้ากรรมนายเวรที่ก่อให้เกิดอุปสรรคขัดขวางในหน้าที่การงานต่างๆ เมื่อท่านได้รับบุญแล้วขอให้เหล่าเจ้ากรรมนายเวรเหล่านั้นได้มีชีวิตที่ดีขึ้น มีภพภูมิที่สูงขึ้น จงหลุดจากภาวะของจิตที่อาฆาตพยาบาทโดยเร็วพลัน เมื่อข้าพเจ้าได้พ้นจากความยากลำบากเหล่านี้ จะทำบุญอุทิศส่วนบุญกุศลส่งให้แด่พวกท่านให้ไปอยู่ในภพภูมิที่สูงขึ้นไปเรื่อยๆ ขอให้ท่านได้เลิกอาฆาตจองเวรแก่ข้าพเจ้า และตั้งแต่บัดนี้ตัวข้าพเจ้าจะตั้งตนอยู่ในศีลธรรมตลอดไปโดยการหาเลี้ยงชีพโดยชอบด้วยอาชีพสุจริตและขอส่งผลบุญที่เกิดจากการรักษาศีลนี้ให้แก่พวกท่านด้วย”

                   หลังจากนั้นให้กล่าวอุทิศเชื่อมบุญไปให้กับพรหมเทพ เทวดาทั้งหลายด้วยคำว่า “อิทัง สัพพะเทวานัง โหตุ สุขิตา โหนตุ สัพเพ เทวา ขอส่วนบุญนี้จงสำเร็จแก่เทวดาทั้งหลายทั้งปวง ขอให้เทวดาทั้งหลายทั้งปวงจงมีความสุข”    

                    เมื่ออุทิศบุญให้พรหมเทพและเทวดาทั้งหลายทั้งปวงแล้วก็ให้ตั้งจิตอธิษฐานขอพรจากท่านว่า

                      “ด้วยเดชบุญแห่งพรหมเทพและเทวดาใดๆ ที่ข้าพเจ้าได้อุทิศบุญแล้วนี้ขอให้ พรหมเทพและเทวดาผู้ได้รับบุญนั้นโปรดอำนวยพรให้ข้าพเจ้าประสบความสำเร็จในหน้าที่การงาน เมื่อข้าพเจ้ามีทรัพย์มากขึ้นมีความสุขมากขึ้นก็จะทำบุญอุทิศบุญให้ท่านมากยิ่งๆ ขึ้นไปเป็นลำดับ” ดังนี้

3. หากมีปัญหาเรื่องครอบครัว สามีภรรยา คู่ครองและลูก ของตนเองมีความประพฤติที่น่าเอือมระอา

                  ให้อธิษฐานเชื่อมบุญไปยังเจ้ากรรมนายเวรที่ดลจิตดลใจหรือสร้างความผูกพันให้เกิดมิจฉาทิฐิในการเป็นอยู่ในครอบครัวด้วยคำว่า “อิทัง สัพพะเวรีนัง โหตุ สุขิตา โหนตุ สัพเพ เวรี ขอส่วนบุญนี้จงสำเร็จแก่เจ้ากรรมนายเวรทั้งหลายทั้งปวง ขอให้เจ้ากรรมนายเวรทั้งหลายทั้งปวงจงมีความสุข”

พร้อมกับตั้งจิตอธิษฐานต่อว่า

                 “ขอให้บุญนี้ส่งตรงไปถึงเจ้ากรรมนายเวรที่ดลจิตดลใจ ก่อให้เกิดความไม่สงบสุขในครอบครัว เมื่อท่านได้รับบุญแล้วขอให้เหล่าเจ้ากรรมนายเวรเหล่านั้นได้มีชีวิตที่ดีขึ้น มีภพภูมิที่สูงขึ้น จงหลุดจากภาวะของจิตที่ริษยาอาฆาตพยาบาทหรือพันธะสัญญาใดๆ โดยเร็วพลัน เมื่อข้าพเจ้าได้พ้นจากความไม่สงบสุขเหล่านี้ จะทำบุญอุทิศส่วนบุญกุศลส่งให้แด่พวกท่านให้ไปอยู่ในภพภูมิที่สูงขึ้นไปเรื่อยๆ ขอให้ท่านได้เลิกอาฆาตจองเวรแก่ข้าพเจ้า และตั้งแต่บัดนี้ตัวข้าพเจ้าจะตั้งตนอยู่ในศีลธรรมตลอดไปโดยการถือครองพรหมจรรย์และขอส่งผลบุญที่เกิดจากการรักษาศีลนี้ให้แก่พวกท่านด้วย”

                    หลังจากนั้นให้กล่าวอุทิศเชื่อมบุญไปให้กับพรหมเทพ เทวดาทั้งหลายด้วยคำว่า “อิทัง สัพพะเทวานัง โหตุ สุขิตา โหนตุ สัพเพ เทวา ขอส่วนบุญนี้จงสำเร็จแก่เทวดาทั้งหลายทั้งปวง ขอให้เทวดาทั้งหลายทั้งปวงจงมีความสุข”   

                  เมื่ออุทิศบุญให้พรหมเทพและเทวดาทั้งหลายทั้งปวงแล้วก็ให้ตั้งจิตอธิษฐานขอพรจากท่านว่า

                       “ด้วยเดชบุญแห่งพรหมเทพและเทวดาใดๆ ที่ข้าพเจ้าได้อุทิศบุญแล้วนี้ขอให้ พรหมเทพและเทวดาผู้ได้รับบุญนั้นมีความสุขมีกินมีใช้ มีเสื้อผ้าที่อยู่อาศัยและช่วยดลจิตดลใจให้การอบรมตักเตือน สามี (หรือภรรยา) และบุตรของข้าพเจ้าให้เป็นคนดีมีสัมมาทิฐิด้วย เมื่อข้าพเจ้าได้รับแห่งคุณงามความดีและมีความสุขมากขึ้นก็จะทำบุญอุทิศบุญให้ท่านมากยิ่งๆ ขึ้นไปเป็นลำดับ” ดังนี้

หมายเหตุ *กรณีที่เป็นผู้ไร้คู่ยังไม่พบเจอเนื้อคู่ ก็ให้เปลี่ยนคำอธิษฐานว่า ขอให้ได้พบเนื้อคู่ที่ดีที่จะเป็นกัลยาณมิตรคอยช่วยเหลือเกื้อกูลกันไปตลอดชีวิตไม่เป็นเจ้ากรรมนายเวรซึ่งกันและกัน

4. การที่ไม่เป็นที่ยอมรับจากคนในสังคมขาดความน่าเชื่อถือและมีความคับแค้นใจไม่สบายใจต่างๆ

                 ให้อธิษฐานเชื่อมบุญไปยังเจ้ากรรมนายเวรที่ขัดขวางไม่ให้เราพบกับทางเจริญในสังคมและขาดความน่าเชื่อถือด้วยคำว่า “อิทัง สัพพะเวรีนัง โหตุ สุขิตา โหนตุ สัพเพ เวรี ขอส่วนบุญนี้จงสำเร็จแก่เจ้ากรรมนายเวรทั้งหลายทั้งปวง ขอให้เจ้ากรรมนายเวรทั้งหลายทั้งปวงจงมีความสุข”

พร้อมกับตั้งจิตอธิษฐานต่อว่า

                  “ขอให้บุญนี้ส่งตรงไปถึงเจ้ากรรมนายเวรที่คอยขัดขวางไม่ให้ข้าพเจ้าประสบความสำเร็จเมื่อท่านได้รับบุญแล้วขอให้เหล่าเจ้ากรรมนายเวรเหล่านั้นได้มีชีวิตที่ดีขึ้น มีภพภูมิที่สูงขึ้น จงหลุดจากภาวะของจิตที่ริษยาอาฆาตพยาบาทหรือพันธะสัญญาใดๆ โดยเร็วพลัน เมื่อข้าพเจ้าได้พ้นจากความไม่สงบสุขทางใจเหล่านี้ จะทำบุญอุทิศส่วนบุญกุศลส่งให้แด่พวกท่านให้ไปอยู่ในภพภูมิที่สูงขึ้นไปเรื่อยๆ ขอให้ท่านได้เลิกอาฆาตจองเวรแก่ข้าพเจ้า และตั้งแต่บัดนี้ตัวข้าพเจ้าจะตั้งตนอยู่ในศีลธรรมตลอดไปโดยการถือสัจจะและสร้างบุญด้วย วจีกรรมตลอดไปและขอส่งผลบุญที่เกิดจากการรักษาศีลนี้ให้แก่พวกท่านด้วย”

                 หลังจากนั้นให้กล่าวอุทิศเชื่อมบุญไปให้กับพรหมเทพ เทวดาทั้งหลายด้วยคำว่า “อิทัง สัพพะเทวานัง โหตุ สุขิตา โหนตุ สัพเพ เทวา” ขอส่วนบุญนี้จงสำเร็จแก่เทวดาทั้งหลายทั้งปวง ขอให้เทวดาทั้งหลายทั้งปวงจงมีความสุข

           เมื่ออุทิศบุญให้พรหมเทพและเทวดาทั้งหลายทั้งปวงแล้วก็ให้ตั้งจิตอธิษฐานขอพรจากท่านว่า

              “ด้วยเดชบุญแห่งพรหมเทพและเทวดาใดๆ ที่ข้าพเจ้าได้อุทิศบุญแล้วนี้ขอให้ พรหมเทพและเทวดาผู้ได้รับบุญนั้นอำนวยพรให้ข้าพเจ้าประสบความสำเร็จเป็นที่ยอมรับนับถือในสังคมและเป็นที่รักของทุกคนเมื่อข้าพเจ้าได้รับแห่งคุณงามความดีและมีความสุขมากขึ้นก็จะทำบุญอุทิศบุญให้ท่านมากยิ่งๆ ขึ้นไปเป็นลำดับ” ดังนี้

5. หากมีปัญหาในเรื่องสติปัญญาการเรียนรู้ต่างๆ

                ให้อธิษฐานเชื่อมบุญไปยังเจ้ากรรมนายเวรที่ดลจิตดลใจหรือสร้างความผูกพันให้เกิดมิจฉาทิฐิในการเป็นอยู่ในครอบครัวด้วยคำว่า “อิทัง สัพพะเวรีนัง โหตุ สุขิตา โหนตุ สัพเพ เวรี ขอส่วนบุญนี้จงสำเร็จแก่เจ้ากรรมนายเวรทั้งหลายทั้งปวง ขอให้เจ้ากรรมนายเวรทั้งหลายทั้งปวงจงมีความสุข”

พร้อมกับตั้งจิตอธิษฐานต่อว่า

              “ขอให้บุญนี้ส่งตรงไปถึงเจ้ากรรมนายเวรที่มีสัญญาหรือคำสาปแช่งผูกพันในตัวของข้าพเจ้าไม่ให้มีสติปัญญาที่ดี เมื่อท่านได้รับบุญแล้วขอให้เหล่าเจ้ากรรมนายเวรเหล่านั้นได้มีชีวิตที่ดีขึ้น มีภพภูมิที่สูงขึ้น จงหลุดจากภาวะของจิตที่ริษยาอาฆาตพยาบาทหรือพันธะสัญญาใดๆ โดยเร็วพลัน เมื่อข้าพเจ้าได้พ้นจากความไม่สงบสุขเหล่านี้ จะทำบุญอุทิศส่วนบุญกุศลส่งให้แด่พวกท่านให้ไปอยู่ในภพภูมิที่สูงขึ้นไปเรื่อยๆ ขอให้ท่านได้เลิกอาฆาตจองเวรแก่ข้าพเจ้า และตั้งแต่บัดนี้ตัวข้าพเจ้าจะตั้งตนอยู่ในศีลธรรมตลอดไปโดยการตั้งตนอยู่ด้วยการไม่ข้องแวะกับสุรายาเสพติดและของมึนเมาทุกชนิดและขอส่งผลบุญที่เกิดจากการรักษาศีลนี้ให้แก่พวกท่านด้วย”

                 หลังจากนั้นให้กล่าวอุทิศเชื่อมบุญไปให้กับพรหมเทพ เทวดาทั้งหลายด้วยคำว่า “อิทัง สัพพะเทวานัง โหตุ สุขิตา โหนตุ สัพเพ เทวา ขอส่วนบุญนี้จงสำเร็จแก่เทวดาทั้งหลายทั้งปวง ขอให้เทวดาทั้งหลายทั้งปวงจงมีความสุข”   

                 เมื่ออุทิศบุญให้พรหมเทพและเทวดาทั้งหลายทั้งปวงแล้วก็ให้ตั้งจิตอธิษฐานขอพรจากท่านว่า

“ด้วยเดชบุญแห่งพรหมเทพและเทวดาใดๆ ที่ข้าพเจ้าได้อุทิศบุญแล้วนี้ขอให้ พรหมเทพและเทวดาผู้ได้รับบุญนั้นช่วยดลบันดาลขอให้ข้าพเจ้ามีสติปัญญาและความจำดี มีกำลังใจ เมื่อข้าพเจ้าได้รับแห่งคุณงามความดีและมีความสุขมากขึ้นก็จะทำบุญอุทิศบุญให้ท่านเทวดาและเหล่าครูบาอาจารย์ผู้ที่คอยอบรมสั่งสอนข้าพเจ้าให้มากยิ่งๆ ขึ้นไปเป็นลำดับ”

 

เคล็ดการอุทิศบุญในช่วงระหว่างวัน

                 อย่างที่กล่าวไปแล้วว่าการอุทิศบุญหรือเชื่อมบุญนั้นทำเวลาใดเมื่อไหร่ก็ได้ ในที่นี้ขอทำการ “จำลอง” สถานการณ์ในชีวิตประจำวันของเราซึ่งในความเป็นจริงลักษณะความเป็นอยู่ของคนเรามีความแตกต่างกัน แต่ไม่ว่าจะอย่างไรก็ตามอยากจะแนะนำให้ลองทำดูให้บ่อยครั้งที่สุดเท่าที่ทำได้ โดยเคล็ดวิธีเหล่านี้ได้รับการถ่ายทอดมาจาก พระอาจารย์ เกษม อาจิณณสีโล

 

เมื่อตื่นเช้า

            เมื่อตื่นเช้ามาให้อุทิศบุญให้กับผู้ที่เกี่ยวข้องกับเราโดยทั้งทางความฝันและความเป็นจริง ให้กับเทวดาผู้คอยคุ้มครองปกปักรักษาเรา เจ้ากรรมนายเวรที่คอยเบียดเบียนทั้งภายนอกและภายในกายของเราตลอดจนถึง ภูตผีปิศาจ เปรต ปอบ นาค ครุฑ อสูร ยักษ์ คนธรรพ์ กุมภัณฑ์ ยมทูต เทวดา มาร และพรหมที่เป็นญาติหรือผู้คอยคุ้มครองดูแลเราที่อยู่ในบริเวณบ้านนี้

            เมื่อเข้าห้องน้ำจะชำระร่างกายก็ให้อุทิศบุญให้กับแบคทีเรีย จุลินทรีย์ต่างๆ ที่ต้องตายจากการที่เราชำระล้างร่างกายของเรา รวมทั้งให้เหล่าเชื้อโรคต่างๆ ที่ออกไปจากร่างกายของเราเพราะการขับถ่ายด้วย และก่อนจะออกจากห้องน้ำก็อุทิศบุญให้กับเชื้อโรคทั้งหมดอีกครั้ง

 

เวลาช่วงเวลาระหว่างวัน

            นับตั้งแต่เวลาที่เรารับประทานอาหารเช้า ก็อุทิศบุญให้กับวิญญาณสัตว์ที่สถิตในอาหารทั้ง ผัก ข้าวและเนื้อสัตว์ ในน้ำและอาหารทั้งหมดรวมทั้งให้กับดวงใจสัตว์ตัวที่เรานำมาทำอาหารด้วย

            ในขณะที่เดินทางออกไปทำทางให้อุทิศบุญให้กับเทวดาหรือสิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่คุ้มครองรถและภูตผีปิศาจที่อยู่กับรถ พร้อมทั้งบอกให้ท่านเหล่านั้นช่วยคุ้มครองป้องกันให้เดินทางได้อย่างปลอดภัย ขณะที่ขับรถอยู่ก็อย่าขับรถเพลินๆ ให้ตั้งจิตอุทิศบุญไปให้กับ บรรดา ภูตผีปิศาจ ปอบ เปรต วิญญาณต่างๆ ที่อยู่ตามถนนหนทางให้ได้บุญให้มีความสุข

            เมื่อถึงที่ทำงานแล้ว ก็ให้อุทิศบุญให้กับเทวดาที่ประจำอยู่ที่ทำงานรวมไปถึงเพื่อนร่วมงานทุกคน อุทิศบุญให้กับ ภูตผีปิศาจ ปอบ เปรต อสูร ฯลฯที่อยู่ในที่ทำงานให้ได้รับความสุขกันถ้วนหน้าแล้วตั้งใจทำงานไปตามปกติ

            เมื่อกลับถึงบ้านก็ให้ทำการอุทิศบุญอีกครั้งให้กับองค์เทพผู้ปกปักรักษาตัวเรา และสรรพวิญญาณที่อยู่ตามรายทางอีกครั้งเมื่อถึงบ้านก็ให้ปฏิบัติแบบเดียวกันกับเมื่อตอนก่อนที่เราจะออกจากบ้าน

 

เวลาก่อนเข้านอน

              ภายหลังการสวดมนต์ไหว้พระแล้วจะทำให้จิตใจสงบและผ่อนคลายแต่ก็มีบางรายที่อาจจะนอนยังไม่หลับหรือเป็นผู้ที่มีนิสัยหลับยากก็อาจจะใช้วิธีการอุทิศบุญนี้เข้าช่วย โดยอุทิศบุญให้เจ้ากรรมนายเวรที่เบียดเบียนอยู่ทั้งภายนอกและภายในและรอบๆ ดวงจิตของเราหรือให้กับผู้ที่มีอำนาจทำให้ตัวของเรานอนไม่หลับอยู่ในเวลานี้

               โดยคำกล่าวอุทิศบุญนั้นอาจใช้คำว่า “ขออำนาจพระพุทธ พระธรรม พระสงฆ์ จนบันดาลบุญของข้าพเจ้าให้กับ……. (แล้วเอ่ยชื่อของผู้ที่ต้องการให้ได้รับผลบุญนั้น)


Cr. ข้อมูลดีๆ จาก torthammarak.wordpress.com


อย่าลืม!! บริการดีๆ จากแพ็คเกจ เชื่อมบุญของเราด้วยนะคะ


Powered by MakeWebEasy.com